ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤษภาคม 2565
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤษภาคม เปรียบเทียบเดือนเมษายน และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
| รายการข้อคำถาม | เมษายน 2565 | พฤษภาคม 2565 | คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า | ||||||||
| เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | |||
| ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | |||
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 25.30 | 45.40 | 29.30 | 25.60 | 45.70 | 28.70 | 37.40 | 47.60 | 15.00 | ||
| 2. รายได้จากการทำงาน | 25.60 | 44.20 | 30.20 | 25.90 | 44.70 | 29.40 | 41.60 | 48.60 | 9.80 | ||
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 26.60 | 44.70 | 28.70 | 26.80 | 44.50 | 28.70 | 37.50 | 41.20 | 21.30 | ||
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 34.20 | 45.70 | 20.10 | 34.10 | 44.60 | 21.30 | 34.50 | 51.30 | 14.20 | ||
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 26.40 | 47.50 | 26.10 | 26.80 | 47.80 | 25.40 | 36.80 | 49.20 | 14.00 | ||
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 26.50 | 45.80 | 27.70 | 26.70 | 46.20 | 27.10 | 35.80 | 52.60 | 11.60 | ||
| 7. การออมเงิน | 25.70 | 47.40 | 26.90 | 25.60 | 48.50 | 25.90 | 37.20 | 53.90 | 8.90 | ||
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 30.40 | 44.30 | 25.30 | 31.50 | 45.20 | 23.30 | 31.70 | 50.50 | 17.80 | ||
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 29.60 | 48.70 | 21.70 | 29.70 | 49.70 | 20.60 | 34.10 | 55.80 | 10.10 | ||
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 24.90 | 45.80 | 29.30 | 25.30 | 44.90 | 29.80 | 35.40 | 48.30 | 16.30 | ||
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 28.00 | 44.80 | 27.20 | 27.70 | 44.70 | 27.60 | 35.60 | 45.80 | 18.60 | ||
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 27.50 | 45.60 | 26.90 | 27.30 | 46.70 | 26.00 | 36.50 | 50.40 | 13.10 | ||
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 30.50 | 46.40 | 23.10 | 30.20 | 46.10 | 23.70 | 38.60 | 47.50 | 13.90 | ||
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม 2565
| รายการข้อคำถาม | 2565 | ||
| มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | |
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 41.60 | 43.50 | 43.70 |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 38.50 | 40.10 | 40.20 |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 52.30 | 52.80 | 53.10 |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 39.80 | 43.20 | 43.10 |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 46.80 | 47.30 | 48.60 |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 38.00 | 40.90 | 41.00 |
| 7. การออมเงิน | 39.20 | 39.10 | 39.40 |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 41.70 | 41.50 | 41.40 |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 48.90 | 48.80 | 48.70 |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 34.90 | 36.40 | 38.90 |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 47.00 | 46.80 | 46.70 |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 37.00 | 37.10 | 37.80 |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 32.00 | 32.20 | 32.10 |
| 14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม | 40.80 | 41.30 | 41.60 |
ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนเมษายน 2565 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนพฤษภาคม 2565 (41.60) ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 2565 (41.30) และเดือนกุมภาพันธ์ (40.80) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภค ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 5,000 คน ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และหายจากโรคได้เองโดยไม่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจต่าง ๆ ประกอบกับภาครัฐได้มีมาตรการผ่อนคลายการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ลดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จำกัดการดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การผ่อนคลายเงื่อนไขการท่องเที่ยว สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 โดยกลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบไม่ต้องตรวจ RT-PCR และการปรับลดวงเงินประกันภัยสำหรับชาวต่างชาติทุกกลุ่มเหลือ 10,000 เหรียญสหรัฐ จากเดิม 20,000 เหรียญสหรัฐ รวมถึงการเปิดจุดผ่านแดนถาวร 31 ด่าน ใน 17 จังหวัด เพื่อเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวทางบก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว โดยทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องค่าครองชีพจากสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างมากเกี่ยวกับราคาอาหารและเครื่องดื่ม ราคาพลังงาน และราคาสาธารณูปโภค หลังภาครัฐยกเลิกการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม และราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ซึ่งเริ่มทยอยปรับขึ้นเป็นขั้นบันได ในขณะที่มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐทั้งในส่วนของการเยียวยา หรือมาตรการเงินอุดหนุนและการช่วยเหลือเริ่มทยอยหมดลง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังมีแนวโน้มเปราะบาง อีกทั้ง งบประมาณของประเทศเหลือน้อย และอาจไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆ ขึ้นมาอีก
จากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางการแก้ไข และความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีดังนี้
- ประชาชนกังวลกับค่าครองชีพที่ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และพลังงาน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สหุงต้มที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น การใช้จ่ายจำเป็นต้องรัดกุมและใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นหรือใช้สินค้าทดแทนที่ราคาถูกลง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรเข้ามามีส่วนช่วยประคับประคองราคาสินค้าและบริการที่จำเป็น รวมถึงลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ต่ำลง
- ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ราคาปุ๋ยเคมี ยาและอาหารสัตว์ เป็นต้น โดยต้นทุนเหล่านี้สูงขึ้นมากส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่ลดลง อีกทั้ง ความเสี่ยงของราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ภาครัฐควรหามาตรการช่วยเหลือภาคเกษตร โดยเฉพาะการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร
- ประชาชนกังวลในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด – 19 หลังจากมีมาตรการผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องให้เปิดดำเนินการธุรกิจในหลากหลายกลุ่ม อาทิ การท่องเที่ยว การจัดงานสังสรรค์ รวมทั้งผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่าง ๆ ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการป้องกันและดูแลแพร่ระบาดโควิด – 19 ที่มีประสิทธิภาพ และนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้โควิด – 19 กลับมาแพร่ระบาดมากอีกครั้ง
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 37.40 และ 41.60 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 37.50 และ 34.50 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 36.80
36.50 และ 38.60 ตามลำดับ
ปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากที่สุด คือ ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 53.90 รองลงมา คือ ภาระหนี้สินของประชาชน และการแพร่ระบาดของ โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน คิดเป็นร้อยละ 27.80 และ 12.10 ตามลำดับ ขณะที่ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลควรรีบดำเนินการและให้ความช่วยเหลือ อันดับแรก คือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง รองลงมา คือ การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน การสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่อง การดูแลและช่วยเหลือภาคการเกษตร รวมถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ตามลำดับ

